WORLD4  Thailand

หมวดหมู่: บทวิเคราะห์
Mayบล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง : Daily Strategy At the Open
 
เมื่อวานที่ผ่านมา SET แกว่งขึ้น จากการผ่อนคลายระยะสั้นจากการที่สหรัฐและจีนเตรียมกลับมาเจรจากันอีกครั้ง คาดในช่วงเดือน ตค.นี้ โดยตลาดมีแรงซื้อมากในกลุ่ม Big cap นำโดย PTT, PTTEP, EA, BEM, ADVANC โดย ณ.สิ้นวัน SET ปิดที่ 1,669 (+11 จุด) ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 5.9 หมื่นล้านบาท (เทียบกับวันก่อนหน้าที่ 6.4 หมื่นล้านบาท)
 
โดยนักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทย 141 ล้านบาท (นักลงทุนสถาบันซื้อ 2,132 ล้านบาท) และเปิด Long Futures ที่ 14,443 สัญญา
 
BEM (ราคาเป้าหมาย 12.0 บ/หุ้น) สภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบตามข้อเสนอของกรรมาธิการในการต่อสัมปทานทางด่วน และคาดเตรียมนำเสนอเข้า ครม. ในช่วงถัดไป ถือเป็นจิตวิทยาเชิงบวก โดยเรายังคงแนะนำทยอยสะสมเพื่อการลงทุนในระยะกลาง
 
โอกาสการกลับมาเจรจาสงครามการค้าเพิ่มมากขึ้น: ภาพรวมตลาดสินทรัพย์เสี่ยงในระยะสั้นยังคงได้รับแรงหนุนจากหลายประเด็น เช่น 1) โอกาสในการกลับมาเจรจาระหว่างสหรัฐฯกับจีน อีกครั้ง หลังจากที่ล่าสุดทางด้านนาย Liu He รองนายกฯจีน, Steven Mnuchin รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ และ Robert Lighthizer ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ได้มีการหารือทางโทรศัพท์ โดยคาดจะมีการเจรจาสงครามการค้ารอบใหม่ในช่วงต้นเดือน ตค. นี้ ที่กรุงวอชิงตัน 2) ความคาดหวังเชิงบวกต่อนโยบายผ่อนคลายจากธนาคารกลางทั่วโลก โดย 12 กย. ตลาดคาด ECB จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากลง -0.1% สู่ระดับ -0.5% รวมถึงมีโอกาสที่จะออกวงเงินการซื้อสินทรัพย์รอบใหม่ ส่วนทางด้าน FOMC Meeting รอบนี้ 17-18 กย. ตลาดคาด FED มีโอกาสปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง -0.25% สู่กรอบ 1.75-2.0% เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวขึ้น อย่างไรก็ดีเรายังคงเชื่อว่าประเด็น Trade war ยังคงยากจะหาบทสรุปดังนั้นจึงควรติดตามประเด็นนี้อย่างใกล้ชิด ส่วนปัจจัยในประเทศ วันนี้แนะติดตามการประชุม ครม.เศรษฐกิจรอบ2 โดยตลาดคาดมาตรการเพิ่มเติมทางด้านการส่งเสริมการลงทุน รวมถึงการกระตุ้นภาคการส่งออก
 
Investment Theme : จากความคาดหวังบวกต่อนโยบายธนาคารกลางในช่วง 1-2 สัปดาห์ข้างหน้า ดังนั้นยังแนะสะสมหุ้นในกลุ่มที่ได้อานิสงส์จากดอกเบี้ยต่ำ (ค้าปลีก, โรงไฟฟ้า, โรงพยาบาล, สื่อสาร, ท่องเที่ยว) ขณะที่กลุ่ม Global Play ระยะสั้นลดน้ำหนักในกลุ่ม Downstream สลับมาเก็งกำไรสั้นกลุ่ม Upstream
 
 
 
เมื่อคืนที่ผ่านมา : 
 
oดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคไทย เดือน สค. ที่ระดับ 73.6 จุด ต่ำกว่าเดือนก่อนที่ 75.0 จุด ต่ำสุดในรอบ 33 เดือน
 
oการจ้างงานภาคเอกชน (ADP) เดือน สค. ที่ 1.95 แสนตำแหน่ง ดีกว่าคาด 1.48 แสนตำแหน่ง
 
oสต๊อกน้ำมันดิบ US รายสัปดาห์ ปรับลดลง -4.7 แสนบาร์เรล มากกว่าคาดที่ -2.5 แสนบาร์เรล
 
กลยุทธ์การลงทุน
 
1)มีหุ้น: จังหวะ Rebound แนะนำขายเล่นรอบบางส่วนที่แนวต้าน 1685/1695 แต่หากผิดคาดหลุด 1660 แนะนำ Lock Profit
 
2)ไม่มีหุ้น: จังหวะย่อตัวไม่หลุดแนวรับที่ 1660 อาจซื้อเพื่อเล่น Rebound