WORLD4  Thailand

หมวดหมู่: บทวิเคราะห์
logo aceบล.เออีซี : Daily Focus
 
Market Outlook
 
คาด SET Index รีบาวด์ต่อเนื่อง ลุ้นทดสอบแนวต้าน 1,680 จุด หนุนด้วย Sentiment ทั้งไทยและ ตปท.ที่เป็นบวกมากขึ้น จากทั้งตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาดีกว่าตลาดคาด, ประเด็นสงครามการค้าที่มีท่าทีผ่อนคลายขึ้น ขณะที่ในไทยแนะนำติดตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมจากทีมครม.เศรษฐกิจวันนี้
Market Factor
(+) สหรัฐฯ และจีนตกลงที่จะจัดการประชุมเพื่อเจรจาการค้ารอบใหม่ในต้นเดือน ต.ค. ที่กรุงวอชิงตันบวกกับตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรสหรัฐฯ เดือน ส.ค. ที่จัดโดยหน่วยงาน ADP ประกาศออกมาสูงสุดในรอบ 4 เดือน (Actual 195,000 vs Previous 142,000) อย่างไรก็ดีจับตาตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรสหรัฐฯ จริงๆ อีกครั้งในวันนี้
(0) หอการค้าไทย เผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค เดือน ส.ค.62 อยู่ที่ระดับ 73.6 จาก 75.0 ในเดือน ก.ค.62เนื่องจากผู้บริโภคมีความกังวลสถานการณ์เศรษฐกิจและการเมือง อย่างไรก็ดียังคงประมาณการ GDP ปีนี้โตในระดับ 3-3.2% โดยคาดจะได้อานิสงส์ผ่านมาตรกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ  (อินโฟเควสท์)
(watch) ติดตามประชุม ครม.เศรษฐกิจ วันนี้ เกี่ยวกับมาตรการส่งเสริมการลงทุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ที่เลื่อนมาจากสัปปดาห์ก่อน
(-) Consensus ปรับลดประมาณการ EPS โดยข้อมูลจาก Bloomberg Consensus พบว่าเมื่อต้นปี EPS ปี 62 ที่ 115.14 บาท ขณะที่ปัจจุบันเหลือเพียง 99.83บาท หรือลดลง 13.30%YTD
Update Flow เมื่อวานนี้ต่างชาติขายสุทธิในตลาดหุ้นไทย 141.59 ลบ. ส่งผลภาพรวม WTD ต่างชาติขายสุทธิรวม 1,933.5 ลบ. (ขณะที่รายย่อยและสถาบันซื้อสุทธิรวมกัน 1,737.08 ลบ.)
Investment Strategy
วันนี้ถึงสัปดาห์หน้า เรายังมอง SET Index ปรับขึ้นต่อเนื่องแนวต้านบริเวณ 1,690-1,695 จุด โดยมีปัจจัยบวกจากการประชุมครม.เศรษฐกิจในวันนี้ บวกกับมีประเด็นบวกจากความคืบหน้าเรื่อง Trade war ที่จะมีการพูดคุยกันในช่วงต้นเดือน ต.ค. เรายังคงแนะนำให้นักลงทุนเลือกหุ้นรายตัวโดยทยอยเก็บเข้าพอร์ตในหุ้นหลัก 3 กลุ่ม ดังนี้
หุ้นกลุ่มที่จะได้ประโยชน์จากแผนกระตุ้น ศก.ของรัฐฯ: เรามองว่าครม. ชุดใหม่ที่มีการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการจะเร่งออกนโยบายกระตุ้น ศก. ในระยะสั้นเพื่อพยุงศก. เราจึงแนะนำหุ้นที่ได้ประโยชน์และมี Upside ได้แก่ BJC (ช่วง 2H62 คาดเห็นการฟื้นตัว HoH จากการขยายสาขา BigC มากขึ้นจากสาขาทั้งในประเทศ 7 สาขาและสาขาที่กัมพูชา 1 สาขาBigC Food Place 1 สาขาและ Mini BigC ราว 200 สาขา), SEAFCO (แม้ช่วง 2H62 คาดรับรู้งานลดลง แต่ยังมี Backlog 2.3 พัน ลบ. คาด Secured Revenue 100% ในช่วงที่เหลือของปีนี้ บวกกับยังมี Upside Risk จากงานประมูลใหม่อีก 1.9 หมื่นลบ.), CPALL (ช่วง 3Q62 แม้เข้าสู่ Low Season แต่ด้วยการจัดโปรโมชั่น แสตมป์จัดหนักกระตุ้นยอดขาย และการได้ประโยชน์จากฐานที่ต่ำของปีก่อนจะหนุนSSSG เติบโตต่อเนื่อง พร้อมยังคงเป้าขยายสาขาร้านสะดวกซื้อปีนี้ที่ 700 สาขา), ERW (แม้ช่วง 2Q62 กำไรปกติหดตัว แต่ในช่วงครึ่งปีหลังคาดฟื้นตัวจากปัจจัยฤดูกาล บวกกับมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวจาก ครม. อีกทั้งมีสัญญาณฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวชาวจีน หลังจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเดือน ก.ค. โต 5.8%YoY)
กลุ่ม Defensive Stock: เราเลือกหุ้นที่มีอัตราจ่ายปันผลน่าดึงดูดบวกกับกำไรช่วง 2H62 มีแนวโน้มโตดี แนะนำ ASK (ช่วง 2H62 คาดกำไรสุทธิมีแนวโน้มโตต่อ หนุนด้วยสินเชื่อรถพาณิชย์ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามงานก่อสร้างภาครัฐฯที่จะทยอยเร่งตัวขึ้นบวกกับคาดได้ประโยชน์จากการทยอยเปลี่ยนรถตู้เป็นรถ มินิบัสของผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะตามมาตรการของ ขสมก.
กลุ่มที่คาดผลดำเนินงานมีแนวโน้มดีต่อเนื่อง: เหมาะกับการทยอยซื้อสะสม โดยเน้นหุ้นที่กำไรช่วง 2Q62 คาดโต YoY และช่วง 2H62 โตต่อ แนะนำ SAWAD (คาดกำไรปี 62 โต 30.8%YoY หนุนด้วยเป้าพอร์ตสินเชื่อโต 20-30% พร้อมแผนเปิดสาขาใหม่อีก 300 สาขา, Asset Yield ฟื้นตัวตามสัดส่วนการรับรู้รายได้ผ่านสัญญาเงินกู้ผ่าน BFIT ที่มากขึ้นโดยล่าสุด SAWAD รายงานการถือครองหุ้นBFIT หลัง Tender Offer ที่ 82.04% บวกกับต้นทุนทางการเงินที่ปรับลงหลังได้รับเงินเพิ่มทุนจากพันธมิตร), SELIC (คาดปี 62 เห็นการ Turnaround ของกำไรสุทธิหลังเริ่มรวมงบการเงินกับ PMCT ซึ่งคาดเห็น Synergy ชัดเจนขึ้นตามลำดับทั้งในด้านการพัฒนาสินค้าใหม่และการขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มใหม่ อีกทั้งยังไม่มีค่าใช้จ่ายเพื่อปรับโครงสร้างธุรกิจมากเช่นปีก่อน), III (ช่วง 2Q62 กำไรโต 45.8%YoY หนุนด้วยธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศและธุรกิจบริหารจัดการโลจิสติกส์ บวกกับมีส่วนแบ่งกำไรที่โต 364%YoY จากธุรกิจที่เข้าซื้อกิจการสิงคโปร์และฮ่องกงในปี 61-62 ตามลำดับ)
Trading Idea
หุ้นที่ได้รับผลประโยชน์จากพายุ “โพดุล”: เราเลือก SPC, DOHOME, GLOBAL, DCC