WORLD4  Thailand

หมวดหมู่: บทวิเคราะห์
ASPบล.เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ : บทวิเคราะห์ตลาดหุ้นรายวัน
 
กลยุทธ์การลงทุน     
วันศุกร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2562
ดัชนียังไม่สามารถยืนเหนือ 1600 จุด โดยมีอุปสรรคจากหุ้นรายตัว จากกลุ่มโรงพยาบาล กระทบจากการควบคุมค่ารักษาฯ และ DTAC ที่ต้องชดใช้เงินแก่ภาครัฐเหนือตลาดคาด และหุ้นโรงกลั่น-ปิโตรเคมี อาจมี stock losses มากกว่าคาด แต่ยังมีหุ้นปิโตรเลี่ยมที่หนุนตลาดตามทิศทางของราคาน้ำมันที่ยังฟื้นตัวต่อเนื่อง Top picks เลือก PTTEP(FV@B168) แล TU(FV@B22) ราคาหุ้นยังมี upside สูง และมีโอกาสได้ลูกค้าใหม่เพิ่มเติมหลังจากที่ EU ให้ใบเขียวส่งออกสินค้าประมงไทย
 
         SET Index    1,587.63
        เปลี่ยนแปลง (จุด)    -2.87
        มูลค่าการซื้อขาย (ล้านบาท)    53,524
            
ย้อนรอยตลาดหุ้นไทย … SET ยังไม่ผ่าน 1600 จุด
ตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวในกรอบ บวก/ลบ 10 จุด โดยระหว่างวันหลังขึ้นไปทดสอบแนวต้าน 1600 จุด ก่อนจะย่อลงมาปิดตลาดฯ ที่ระดับ 1587.63 จุด ลดลงเล็กน้อย 2.87 จุด (-0.18%) มูลค่าการซื้อขาย 5.35 หมื่นล้านบาท แรงขายที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เกิดจากหุ้นกลุ่ม ICT ปรับฐานลงแรงทั้ง 3 บริษัท (DTAC ADVANC และ TRUE) โดยเฉพาะ DTAC ร่วงลงกว่า 17% ก่อนจะค่อยๆ ฟื้นขึ้น เผชิญประเด็นลบระยะสั้น หลังบริษัทตกลงชำระเงิน 9.5 พันล้านบาท เพื่อระงับข้อพิพาทกับทาง CAT ทำให้ผลประกอบการใน 4Q61 อาจเผชิญผลขาดทุน ส่วนกลุ่มโรงพยาบาลยังมีแรงขาย BCH ลดลง 1.9% BH ลดลง 2.3% ยกเว้น  BDMS กลับมาปิดทรงตัว หลังจากที่ลดลงต่อเนื่องมาหลายวัน  และกลุ่มพลังงาน ยังประคองตลาด คือ PTT และ PTTEP 
แนวโน้มดัชนีวันนี้ กลับมาซื้อขายต่ำกว่า 1600 จุด ด้วยแรงกดดันหุ้นรายรายกลุ่มและรายตัว นับจากหุ้นโรงพยาบาล  DTAC และกลุ่มโรงกลั่น-ปิโตรเคมี ที่อาจจะเผชิญกับ Stock losses ในงวด 4Q61  ซึ่งมีน้ำหนักมากเมื่อเทียบกับหุ้นปิโตรโตรเลี่ยมที่ยังฟื้นตัวต่อตามทิศทางของราคาน้ำมัน 
หุ้น KBANK, DTAC ตกหนักวานนี้มีเหตุปัจจัยเฉพาะตัว  
วานนี้ราคาหุ้นของ DTAC  ตกหนักกว่า 10% ตามด้วย KBANK ตกราว 3% ซึ่งสาเหตุน่าจะไม่เกี่ยวข้องกัน โดย DTAC เป็นประเด็นที่แจ้งตลาดถึงการจ่ายเงินค่าฟ้องร้องคดีที่มีอยู่กับ  CAT  9.5 พันล้านบาท   แบ่งจ่าย 2 งวด คือรอบแรก 6.8 พันล้านบาท ส่วนที่เหลือ 2.67 พันล้านบาท จะจ่ายก็ต่อเมื่อ CAT  ถอนฟ้อง  ทั้งนี้ จะต้องนำเรื่องดังกล่าวเข้าที่ประชุมคณะกรรมการอีกครั้ง   
ถือเป็นประเด็นลบต่อ  เพราะ DTAC จะต้องบันทึกต้นทุนดังกล่าวเป็นรายจ่าย (หลังภาษี) 6.5 พันล้านบาทใน 4Q61 เนื่องจาก DTAC เคยตั้งสำรองสำหรับข้อพิพาทไว้แล้ว 1.4 พันล้านบาท  ซึ่งคาดกดดัน 4Q61 พลิกเป็นขาดทุนราว 5.0 พันล้านบาท แย่กว่าที่ฝ่ายวิจัยประเมินมีกำไร 1.4 พันล้านบาท แต่ระยะยาวจะช่วยให้เป็นบริษัทเดียวในกลุ่มที่ไม่มี overhang ข้อพิพาทกับรัฐ
ฐานะการเงินปัจจุบัน DTAC ที่มีเงินสด 2.6 หมื่นล้านบาทยังรองรับได้ แต่ผลกระทบเงินสดไหลออกสุทธิหลังภาษี จะกระทบมูลค่าพื้นฐานอิง DCF ราว 3 บาท จึงปรับลดมูลค่าพื้นฐาน สะท้อนประเด็นลบดังกล่าวลงจากปัจจุบันที่ 60 บาท เหลือ 57 บาท แต่การที่ราคาหุ้นลดลงอย่างมากข้างต้น ทำให้ยังแนะนำสะสม เพราะเชื่อว่า  turnaround ปี 2562 
ขณะที่  KBANK น่าจะมาจาก 2 ประเด็นคือ  เป็น 1 ในเจ้าหนี้ที่ค้ำประกัน CAT ซึ่งยังไม่มีการยืนยันจากผู้ที่เกี่ยวข้อง แต่หากเป็นไปตามตลาดคาด ก็ไม่น่ากังวลเพราะมีเงินสดเพียงพอในการชำระหนี้ และอีกประเด็นน่าจะเป็นเรื่องผลกำไร 4Q61 ที่อาจจะย่ำแย่กว่าคาด ซึ่ง ASPS ประเมินราว 6.9 พันล้านบาท ลดลง 29% จาก 9.7 พันล้านบาท ในงวดก่อนหน้า  เป็นผลจากค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่เร่งตัวขึ้นทำระดับสูงสุดซึ่งเป็นผลจากฤดูกาล อย่างไรก็ตาม น่าจะเป็นไปตามที่ ASPS คาดอยู่แล้ว โดยเฉพาะผลกระทบจากรายได้ค่าธรรมเนียมที่ลดลงจากผลกระทบของ Disruption จึงยังคงคำแนะนำซื้อ Fair value ปี 2562 เท่ากับ 251 บาท หนุนจากการเติบโตของธุรกิจหลักจากสินเชื่อรายใหญ่และ SME ที่จะได้รับผลบวกจากโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐและเอกชนที่ทยอยเกิดขึ้น
คาดการณ์กำไรสุทธิงวด 4Q61 ของ ธ.พ. 10 แห่งที่ศึกษา
 
TOP จะขาดทุนงวด 4Q61 มากกว่าคาด   
นักวิเคราะห์กลุ่มพลังงานของ ASPS ได้ประเมินผลการดำเนินงาน 4Q61 ของ TOP จะขาดทุนสุทธิราว 4.9 พันล้านบาท พลิกจากกำไรสุทธิ 4.6 พันล้านบาทใน 3Q61 หลักๆ มาจากขาดทุนสต็อกน้ำมันกว่า 7.9 พันล้านบาท  แต่หากพิจารณากำไรปกติ (Norm Profits) ลดลง 15.37%qoq จากค่าการกลั่น (GRM) ที่คาดจะลดลง 1 เหรียญฯ เหลือ 4 เหรียญฯต่อบาร์เรล ส่งผลให้ Market GIM คาดจะลดลงมาอยู่ที่ 6.6 จาก 7.2 เหรียญฯต่อบาร์เรล ใน 3Q61 และ Accounting GIM พลิกกลับติดลบ 1.3 จาก 8.4 เหรียญฯต่อบาร์เรล ใน 3Q61 โดยรวมกำไรสุทธิปี 2561 จะอยู่ที่ 1.0 หมื่นล้านบาท ลดลง 59.5%yoy และ Norm Profit ลดลง 39.0%yoy มาอยู่ที่ 1.1 หมื่นล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการปัจจุบัน 
ด้วยเหตุนี้ ฝ่ายวิจัยจึงต้องปรับลดประมาณการกำไรฯ โดยปรับลดสมมติฐานค่าการกลั่นปี 2561 เหลือ 4.5 จาก 6.5 เหรียญฯต่อบาร์เรล และระยะยาวตั้งแต่ปี 2562 อยู่ที่ 5 เหรียญต่อบาร์เรล ลดลงจาก 6 และ 6.5 เหรียญฯต่อบาร์เรล ในปี 2562 และตั้งแต่ปี 2563 ตามลำดับ นอกจากนี้ ยังมีการหยุดเดินเครื่องเพื่อซ่อมบำรุงครั้งใหญ่ ในช่วงปลายงวด 2Q62 รวมถึงปรับสมมติฐาน spread พาราไซลีนลดลงเหลือ 300 จาก 420 เหรียญฯต่อตัน ในปีที่ผ่านมา  
แต่แนวโน้มกำไร 1Q62 ดีขึ้นจากงวด 4Q62 QoQ จากค่าการกลั่นคาดจะปรับตัวสูงขึ้นตามปัจจัยฤดูกาล รวมถึงเข้าสู่ช่วงฤดูกาลซ่อมบำรุงโรงกลั่นหลายแห่งทั่วโลก ทำให้คาด supply จะลดลงช่วงสั้น หักล้างปัจจัยลบที่คาดจะเกิดจาก spread พาราไซลีนที่จะลดลงจาก supply ใหม่ที่ทยอยเข้าสู่ตลาดเพิ่มขึ้น นอกจากนี้คาด 1Q62 จะไม่มีบันทึกขาดทุนสต็อกน้ำมันในระดับสูงเช่นที่เกิดขึ้นในงวด 4Q61
ภายใต้ประมาณการใหม่ กำไรปกติปี 2561 คาดจะลดลงถึง 44.3%yoy และ ปี 2562 ยังลดลงต่อเนื่องอีก 5.0%yoy  และ Fair Value ลดลงเหลือ 81 บาท หุ้น (เดิม 88 บาท) คงคำแนะนำ switch ยังไม่ใช่จังหวะเข้าซื้อลงทุนยามนี้ ได้เพียงแต่เก็งกำไรช่วงสั้นรับการฟื้นตัวของกำไรในงวด 1Q62 เท่านั้น
ต่างชาติซื้อหุ้นในภูมิภาค รวมถึงไทย
วานนี้ต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นในภูมิภาคติดต่อกันเป็นวันที่ 2 มูลค่า 305 ล้านเหรียญ และเป็นการซื้อสุทธิเกือบทุกประเทศ เว้นเพียง ไต้หวันถูกสลับมาขายสุทธิ 47 ล้านเหรียญ (หลังจากซื้อสุทธิวันก่อนหน้า) ส่วนตลาดหุ้นที่เหลืออีก 4 แห่ง ต่างชาติเดินหน้าซื้อสุทธิต่อเนื่อง นำโดย เกาหลีใต้   240ล้านเหรียญ (ซื้อสุทธิเป็นวันที่ 2), อินโดนิเซีย 55 ล้านเหรียญ (ซื้อสุทธิเป็นวันที่ 9), ฟิลิปปินส์ 29 ล้านเหรียญ (ซื้อสุทธิเป็นวันที่ 6) เช่นเดียวกับตลาดหุ้นไทยต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิ 28 ล้านเหรียญ หรือ 902 ล้านบาท (หลังจากขายสุทธิ 3 วัน) 
ส่วนทางด้านตราสารหนี้ไทย ต่างชาติขายสุทธิ 2.3 พันล้านบาท (ขายสุทธิเป็นวันที่ 2) และเป็นการขายสุทธิทั้งตราสารหนี้ระยะสั้น (T<1) และตราสารหนี้ระยะยาว (T>1) มูลค่า 2.2 พันล้านบาท และ 52 ล้านบาท ตามลำดับ 
ข้อมูลแสดงเงินทุนต่างชาติไหลเข้าออกรายเดือนของแต่ละประเทศในภูมิภาค
ภรณี ทองเย็น
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 004146
เทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 004132
พบชัย ภัทราวิชญ์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 052647
ภราดร เตียรณปราโมทย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 075365
 ฐกฤต ชาติเชิดศักดิ์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 087636
 โยธิน ภูคงนิล
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์เชิงปริมาณ
เจิดจรัส แก้วเกื้อ
   ผู้ช่วยนักวิเคราะห์
วรรณพฤกษ์ โกมลวิทยาธร
ผู้ช่วยนักเศรษฐศาสตร์