WORLD4  Thailand

หมวดหมู่: บทวิเคราะห์

DBSบล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส : บทวิเคราะห์ตลาดหุ้นรายวัน

“กังวลเศรษฐกิจสหรัฐชะลอ SET ยังไม่ตอบรับเพราะหยุด”
• หุ้นที่เปลี่ยนคำแนะนำทางปัจจัยพื้นฐานวันนี้ : --ภาวะตลาดและปัจจัย : SET เมื่อวันอังคารปรับลดเล็กน้อย 0.29 จุด ปิดที่ 1672.32 จุด อยู่ในลักษณะ Sideways หลังตอบรับข่าวดี เรื่องผ่อนคลายสงครามการค้าไป 90 วันไปแล้ว ไม่มีปัจจัยใหม่ๆ มาสนับสนุน และขายทำกำไรก่อนวันหยุด มูลค่าการซื้อขายเบาบางที่ 46.6 พันล้านบาท นักลงทุนทั่วไปขายสุทธิรายเดียวถึง 6.3 พันล้านบาท ด้านนักลงทุนต่างประเทศซื้อสุทธิ 5.4 พันล้านบาท ส่วนสถาบันและพอร์ตหลักทรัพย์ซื้อเล็กน้อย สำหรับแนวโน้มตลาดและกลยุทธ์คือ
# ระยะสั้นมาก Senitiemnt กลับมาเป็นลบ ในช่วงที่หยุด SET ยังไม่ได้รับข่าวลบเรื่องกังวลเศรษฐกิจสหรัฐฯอาจชะลอตัวลง หลังเกิดภาวะ inverted yieldcurve คือ ดอกเบี้ยระยะสั้นกลับสูงกว่าดอกเบี้ยระยะยาว ส่วนสงครามการค้าสหรัฐกับจีนกลับมากังวลอีกครั้ง นายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ(USTR) ได้รับการแต่งตั้งเป็นหัวหน้าคณะเจรจาการค้าฝ่ายสหรัฐ โดยนายไลท์ไฮเซอร์นับเป็นผู้ที่มีจุดยืนที่แข็งกร้าวต่อจีน ดาวโจนส์วันอังคารดิ่งลงเกือบ800 จุด ตลาดหุ้นเพื่อนบ้านเช้านี้ปรับลดลงถ้วนหน้า ดาวโจนส์ล่วงหน้าปรับลดราว 250 จุด
# ติดตามการประชุมกลุ่มโอเปก 6 ธ.ค., การประชุมพรรคการเมือง 7 ธ.ค., และกลางเดือนธ.ค.ประชุมหลายธนาคารกลาง ทั้ง ECB, เฟด, กนง. เป็นต้นโดยเฉพาะโอเปกจะลดกำลังการผลิตสำเร็จหรือไม่หลังทรัมป์โต้แย้ง ส่วนเฟด ติอตามจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกหรือไม่ หลังเศรษฐกิจสหรัฐกลับมาชะลอตัวลง และจะเป็นกลางมากขึ้น ส่วนการเลือกตั้งไทย จะเลือกตั้งเมื่อใด ยังเป็นไปตามโรดแมปหรือไม่
# หุ้นเด่นเดือนธ.ค.61 เน้นไปยังหุ้นขนาดใหญ่ (Big Cap) ที่กองทุนในและต่างประเทศให้ความสนใจ รอจังหวะลงทุนเมื่ออ่อนตัว ได้แก่ ADVANC, AEONTS,BBL, KKP, TISCO, BEM, CPALL, PTTEP, TOP และหุ้นที่ราคาอ่อนลงมากแต่กำไรยังเติบโตดีในปี 62 คือ GOLD, SVI SET เป้าหมายปี 62 เป็น 1,780จุด ด้วยประมาณการ EPS เติบโตปี 61 เป็น 8% และปี 62 ที่ 6% ด้วย P/E Median+0.5 SD
# หุ้นเด่น: BEM – แนวโน้มปี 62-63 สดใส...แนะนำซื้อลงทุน คาดว่าการเติบโตจะมาจากปริมาณผู้โดยสารรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินที่จะเพิ่มขึ้น, ได้รับค่าชดเชยจากกทพ. 4 พันล้านบาท (เงินต้นบวกดอกเบี้ย) กรณีทางด่วนบางปะอิน-ปากเกร็ด และมีโอกาสได้ต่ออายุสัมปทานทางด่วนขั้นที่ 1 และ 2 ส่วน A, B, C ที่จะหมดอายุปี 63 ซึ่งส่วนนี้ยังไม่ได้อยู่ในประมาณการของเรา นอกจากนี้ยังเข้าชิงการบริหารรถไฟฟ้าไฮสปีด เชื่อม 3 สนามบิน มูลค่ากว่า 2 แสนลบ. ทราบผลต้นปีหน้า แนะนำซื้อ ให้ราคาพื้นฐาน 9.60 บาท (DCF) ราคาปิดมีส่วนเพิ่มได้อีก 5%

การวิเคราะห์ทางเทคนิค : ระยะสั้นภาพตลาดเป็นลบเล็กๆ ซื้อใหม่เน้นค่าบวกราคาหุ้นและดัชนี แนวต้านระยะสั้น 1680-1690, 1700 จุด, SET หลุด 1650จุดดูไม่ค่อยดี ให้ Stop loss เพื่อรอซื้อช่วงปรับฐาน
นักกลยุทธ์&นักวิเคราะห์ : สมบัติ เอกวรรณพัฒนา : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.


Key Drivers TODAY
ปัจจัยต่างประเทศ
•/- จีน : มีความไม่มั่นใจสงครามการค้ามากขึ้น หลังแต่งตั้งผู้แทนการค้าที่มีความแข็งกร้าวกับจีน
# นักลงทุนมีความไม่มั่นใจต่อแนวโน้มการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากที่มีข่าวว่า นายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) ได้รับการแต่งตั้งเป็นหัวหน้าคณะเจรจาการค้าฝ่ายสหรัฐ โดยนายไลท์ไฮเซอร์นับเป็นผู้ที่มีจุดยืนที่แข็งกร้าวต่อจีน
# นายแลร์รี่ คุดโลว์ ที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจประจำทำเนียบขาว ประกาศว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้แต่งตั้งให้นายไลท์ไฮเซอร์เป็นหัวหน้าคณะเจรจาการค้ากับจีน หลังจากที่ปธน.ทรัมป์ได้เจรจากับปธน.สี จิ้นผิง นอกรอบการประชุม G20เมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา

- สหรัฐ : เกิดภาวะ inverted yield curve บ่งชี้สภาวะเศรษฐกิจสหรัฐถดถอย
# นักลงทุนวิตกเกี่ยวกับภาวะ inverted yield curve ซึ่งเป็นภาวะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นอยู่สูงกว่าพันธบัตรระยะยาว และมักบ่งชี้ถึงภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่จะตามมา
# อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเกิดภาวะ inverted yield curve เมื่อคืนนี้ ซึ่งเป็นภาวะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นอยู่สูงกว่าพันธบัตรระยะยาว โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวอยู่สูงกว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 5 ปี
# ณ เวลา 01.45 น.ตามเวลาไทย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวลงสู่ระดับ 2.795% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 5 ปี ปรับตัวลงสู่ระดับ 2.777% ขณะเดียวกัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวลงสู่ระดับ 2.896% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี ปรับตัวลงสู่ระดับ3.143%

- ภาวะตลาดหุ้นสหรัฐ : วานนี้ปิดทำการ แต่วันอังคารดิ่งแรงเกือบ 800 จุด
# ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปิดทำการในวันพุธ เพื่อเป็นการไว้อาลัยแก่นายจอร์จ เอช ดับเบิลยู บุช ประธานาธิบดีคนที่ 41 ของสหรัฐ ซึ่งถึงแก่อสัญกรรมในวัย 94 ปี เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 30 พ.ย.
# แต่ดัชนีดาวโจนส์วันอังคารปิดตลาดร่วงลงหนักเกือบ 800 จุด (4 ธ.ค.) โดยทั้ง 3 ดัชนีหลักร่วงหนักกว่า 3% ขณะที่นักลงทุนกังวลต่อการที่ตลาดพันธบัตรส่งสัญญาณเศรษฐกิจถดถอย นอกจากนี้ ตลาดยังถูกกดดันจากความไม่มั่นใจต่อผลการเจรจาแก้ไขความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ทั้งนี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,027.07 จุดร่วงลง 799.36 จุด หรือ -3.10% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,700.06 จุด ลดลง 90.31 จุด หรือ -3.24% และดัชนีNasdaq ปิดที่ 7,158.43 จุด ลดลง 283.09 จุด หรือ -3.80%

• ติดตามการประชุมโอเป็คเริ่มวันนี้ ที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย
# โอเปกจะจัดการประชุมในวันนี้ที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย โดยมีการคาดการณ์กันว่าที่ประชุมจะมีการปรับลดกำลังการผลิต 1.0-1.4 ล้านบาร์เรล/วัน ส่วนในวันพรุ่งนี้ โอเปกจะจัดการประชุมร่วมกับประเทศสมาชิกกลุ่มโอเปกและประเทศพันธมิตรนอกกลุ่มโอเปก
# สื่อต่างประเทศรายงานว่า คณะกรรมการตรวจสอบการปฏิบัติตามข้อตกลงปรับลดกำลังการผลิต (JMMC) ของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และประเทศผู้ผลิตนอกกลุ่มโอเปก รวมถึงรัสเซีย ได้จัดการประชุมเมื่อวานนี้ ขณะที่รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานของโอมานเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า คณะกรรมการ JMMC ได้แนะนำให้มีการปรับลดการผลิตน้ำมันลงจากระดับของช่วงเดือนก.ย.-ต.ค. พร้อมระบุว่า รัสเซียได้เห็นพ้องถึงความจำเป็นของการปรับลดการผลิตน้ำมันเช่นกัน

- ภาวะตลาดน้ำมัน : ราคาน้ำมันลดลง หลังทรัมป์ กดดันโอเปกไม่ให้ลดกำลังการผลิต
# สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (5 ธ.ค.) หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ทวีตข้อความเพื่อกดดันไม่ให้กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ปรับลดกำลังการผลิตน้ำมัน ก่อนที่การประชุมโอเปกจะมีขึ้นในวันนี้
# สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนม.ค. ลดลง 36 เซนต์ หรือ 0.7% ปิดที่ 52.89 ดอลลาร์/บาร์เรล
# สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนก.พ. ลดลง 52 เซนต์ หรือ 0.8% ปิดที่ 61.56 ดอลลาร์/บาร์เรล

- ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก : ราคาลดลง มีแรงขายทำกำไร และเงินดอลลาร์แข็งค่า
# สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (5 ธ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไรหลังจากสัญญาทองคำพุ่งขึ้นในช่วง 2 วันทำการที่ผ่านมา นอกจากนี้ การแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐยังสร้างแรงกดดันต่อตลาดทองคำเช่นกัน
# สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. ลดลง 4.00 ดอลลาร์ หรือ 0.32% ปิดที่1242.60 ดอลลาร์/ออนซ์

ปัจจัยในประเทศ
+ การเมืองไทย: ติดตามการประชุมพรรคการเมือง จะเลือกตั้งได้เมื่อใด
# จะมีการประชุมพรรคการเมือง 7 ธ.ค.61 นี้ เพื่อหารือเรื่องการเลือกตั้งจะเริ่มได้เมื่อไร เป็นไปตามโรดแมปหรือไม่ คือก.พ.61
# ติดตามการปลดล็อค พรรคการเมืองสามารถว่าจะเริ่มหาเสียงได้เมื่อใด แต่มีข่าวว่าอาจจะเป็น ธ.ค.61 นี้

-เลื่อนเปิดประมูล PPP รถไฟฟ้าสายสีส้ม 1.4 แสนล้านบาทไปเป็นช่วงก.พ.-มี.ค.62 (จากเดิมธ.ค.61)
# ผู้ว่าการรฟท.คาดว่าจะสามารถเชิญชวนร่วมประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มวงเงิน 1.4 แสนล้านบาท รูปแบบ PPP ได้ในเดือนก.พ.-มี.ค.62 (โดยโครงการฯจะเข้าสู่การพิจารณาของบอร์ด PPP ในวันที่ 11 ธ.ค.นี้ จากนั้นจะนำเสนอให้ครม.พิจารณา ถ้าเห็นชอบก็ส่งกลับเข้าบอร์ดรฟม. เพื่อจัดตั้งคณะกรรมการ มาตรา 35 ที่คาดว่าจะใช้เวลา 1-2 เดือน ในการออกหลักเกณฑ์การประมูล
# จะสรุปผลประมูลได้ราวไตรมาส 3/62 และใช้เวลาก่อสร้าง 6 ปี เพราะช่วงเส้นทางตลิ่งชัน-ศูนย์วัฒนธรรมเป็นงานใต้ดินส่วนช่วงตลิ่งชัน – มีนบุรีเป็นงานยกระดับ รวมระยะทาง 39.6 กิโลเมตร (เป็นสถานีใต้ดิน 23 สถานี และสถานียกระดับ7 สถานี รวมทั้งหมด 30 สถานี) ทางภาครัฐจะช่วยลงทุนในส่วนงานใต้ดิน
นักวิเคราะห์ : สมบัติ เอกวรรณพัฒนา : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.